วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ชื่องานวิจัย : การใช้สื่อวีดีทัศน์ช่วยสอน เพื่อวัดระดับทักษะบาสเกตบอลของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ชื่อผู้วิจัย : ครูอดิศร ศรศิลป์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ : สุขศึกษาและพลศึกษา

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อทราบระดับทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบทักษะบาสเกตบอล 3 รายการคือ
การยิงประตูเร็ว การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก และการรับและสิ่งลูกบาสเกตบอล กระทบผนัง
วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.06 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.46 การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
14.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.37 การรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1.76
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.03 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.24 การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
15.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.37 การรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
1.64

บทที่ 1

บทนำ
กีฬาบาสเกตบอลเดิมที่เป็นกีฬาประจำชาติของชาวอเมริกัน ซึ่งคิดขึ้นเพื่อหวังช่วยเหลือบรรดาสมาชิกสมาคม
Y.M.C.A.(Young Men’s Association) ในปัญหาที่เกี่ยวกับการเล่นกีฬาฤดูหนาว
ขณะที่พื้นที่ภูมิประเทศโดยทั่วไปถูกหิมะปกคลุมเต็มไปหมด ดร.เจมส์ เอ ไนสมิตท์ (Dr.James A.Naismith)
คิดค้นกีฬาครั้งแรกได้พยายามคิดรวมเอาการเล่นฟุตบอลกับเทนนิสเข้าด้วยกัน
กีฬาบาสเกตบอลเป็นกิจกรรมหนึ่งของกิจกรรมพลศึกษา
มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในหลักสูตรของสถาบันการศึกษาทุกระดับที่จะช่วยส่งเสริมให้บุคคลได้มีการพัฒนาการทางด้าน
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากเหตุผลดังกล่าวจึงสนใจที่จะศึกษาระดับทักษะกีฬาบาสเกตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 4 เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการประเมินระดับทักษะของผู้เรียน และเป็นแนวทางในการวัดประเมินผล
แก่ครูผู้สอนนำไปเป็นแนวทางในการปรับปรุง พัฒนา ต่อไป

วัตถุประสงค์
เพื่อทราบระดับทักษะกีฬาบาสเกตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำเขื่อน-แก้วชนูปถัมภ์
อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
ขอบเขตของการวิจัย
ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์
อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 39 คน
โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร

นิยามศัพท์เฉพาะ
ระดับทักษะบาสเกตบอล หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการปฏิบัติทักษะกีฬาบาสเกตบอล ได้แก่
การรับและส่งลูกบาสเกตบอลสองมือระดับอก การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
และการยิงประตูบาสเกตบอลระยะใกล้แบบมือเดียว

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ทักษะบาสเกตบอล ทักษะบาสเกตบอลประกอบด้วย
1. ทักษะเกี่ยวกับการทรงตัวและการใช้เท้า
1 การยืน
2 การวิ่งและการหยุดวิ่ง
3 การเปลี่ยนทิศทาง
4 การหมุนตัวและการกลับตัว
5 การหลอกล่อ
6 การเปลี่ยนความเร็ว
2. ทักษะเกี่ยวกับการครอบครองลูกบาสเกตบอล
2.1 การถือลูกบาสเกตบอล
2.2 การรับลูกบาสเกตบอล
2.3 การส่งลูกบาสเกตบอล
3. ทักษะเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
4. ทักษะเกี่ยวกับการยิงประตู

การวัดผลและประเมินผลทางพลศึกษา

การวัดผล (Measurement)
หมายถึงการเปรียบเทียบสิ่งที่ต้องการทราบกับเครื่องมือมาตรฐานเพื่อต้องการทราบปริมาณหรือขนาด
โดยอาศัยเครื่องมือวัด

การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การกำหนดค่าหรือตีค่า หรือ
วัดคุณค่าในสิ่งที่ต้องการจะทราบในทางรวมๆ เป็นขบวนการตัดสินการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน ในการตัดสินใจ
แบบทดสอบวัดทักษะทางกีฬา
ทักษะกีฬา เป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนวิชาพลศึกษา
ครูพลศึกษาสามารถทราบสภาพหรือข้อบกพร่องของนักเรียนได้โดยวิธีทดสอบทักษะกีฬาเป็นเครื่องมือในการดำเนินการ
ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ในการแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นพื้นฐานในการพิจารณาคะแนนหรือผลการเรียนและเป็นแนวทา
งปรับปรุงการเรียนการสอนในครั้งต่อไป โดยมีความมุ่งหมายในการวัดทักษะทางกีฬา ดังนี้
1. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์
2. เพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียนของนักเรียน
3. เพื่อเป็นการแบ่งกลุ่มนักเรียนตามความสามารถในแต่ละกิจกรรม

คุณลักษณะของแบบทดสอบที่ดี
แบบทดสอบที่ดีควรมีคุณลักษณะสำคัญซึ่ง สก็อต และเฟรน(ผาณิต บิลมาศ.2530: 50-51;อ้างอิงมาจาก Scott
and French. 1950: 28-46) ได้กล่าวว่า คุณลักษณะของแบบทดสอบที่ดี โดยเฉพาะแบบทดสอบทักษะกลไก
ควรมีลักษณะดังนี้
1. เป็นแบบทดสอบที่วัดความสามารถสำคัญๆ
2. เป็นแบบทดสอบที่คล้ายการเล่นจริง
3. เป็นแบบทดสอบที่วัดการกระทำของบุคคลหนึ่งๆ โดยเฉพาะ
4. เป็นแบบทดสอบที่เน้นท่าทางที่ดี
5. เป็นแบบทดสอบที่มีวิธีการให้คะแนนที่แม่นยำ
6. เป็นแบบทดสอบที่กำหนดจำนวนครั้งในการทดสอบเพียงพอ
7. เป็นแบบทดสอบที่น่าสนใจและมีความหมาย
8. เป็นแบบทดสอบที่มีความยากเหมาะสม
9. เป็นแบบทดสอบที่คะแนนสามารถนำมาตัดสินโดยใช่ค่าสถิติ
10. เป็นแบบทดสอบที่มีค่าเฉลี่ยสำหรับการแปลผลของการกระทำ

ประโยชน์ของแบบทดสอบทางพลศึกษา
1. วัดผลสัมฤทธิ์ ความมุ่งหมายอันดับแรกของแบบทดสอบทักษะเพื่อวัดความก้าวหน้าของนักเรียน
หรือระดับผลสัมฤทธิ์ เนื้อหา และทฤษฎีหลักการต่างๆ ของแต่ละรายวิชา
2. ให้คะแนนหรือเกรด นักเรียนอาจได้รับการประเมินพื้นฐานต่างๆ ตามแบบทดสอบการกระทำทางทักษะ
เมื่อนักเรียนได้เรียนรายวิชาผ่านไปสิ่งที่นักเรียนได้ก็คือ เกรด หรือคะแนน
ซึ่งจะเป็นเครื่องชี้ให้เห็นระดับความก้าวหน้าหรือผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่แสดงออกให้เห็นตามแบบทดสอบทักษะนั้นๆ
3. เป็นการแบ่งกลุ่มการใช้แบบทดสอบทักษะ ผู้สอนจะให้ทดสอบเพื่อแบ่งผู้เรียน ตามระดับ
4. เป็นการจูงใจ นักเรียนจะมีการตอบสนองในทางบวกต่อสิ่งที่มาท้าทาย เพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้น
5. การฝึกซ้อมหรือปฏิบัติคล้ายกับวัตถุประสงค์การจูงใจ จะมีนักเรียนฝึกซ้อมตามรายการของแบบทดสอบ
เพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้นอีก การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการสร้างความก้าวหน้าแก่ตัวเอง
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จในทักษะกีฬาต่างๆ
6. การวินิจฉัย การพัฒนาทางทักษะเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งในการเรียนการสอนพลศึกษา
การวินิจฉัยความสามารถของนักเรียนแต่ละระดับ ทำให้ผู้สอนรู้จุดบกพร่องของนักเรียน เพื่อการแก้ไขต่อไป
7.เครื่องช่วยสอนโดยธรรมชาติการสอนทักษะกีฬานักเรียนจะต้องการรู้ถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการทางทักษะของตัวเ
องทุกขณะ ฉะนั้นหากผู้สอนใช้รายการทดสอบในแบบทดสอบทักษะในการฝึกทักษะและเน้นมากๆ
จะเป็นเครื่องช่วยในการสอนและช่วยนักเรียนมากขึ้น
8. เครื่องมือในการแปลความหมายจากการเรียนของนักเรียนให้กับผู้บริหาร ผู้ปกครอง
นักเรียนและแก่สาธารณะทั่วไปได้ทราบ ซึ่งจะแปลความหมายได้ก็ต้องได้ผลมาจากแบบทดสอบทักษะที่มีคุณภาพ
9. การแข่งขัน จากการที่นักเรียนทำการแข่งขันหรือทำคะแนนให้ได้มากๆ
ในแต่ละรายการทดสอบจะเป็นเครื่องมือให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จของโครงการพลศึกษา

แบบทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอล
การวัดทักษะทางกีฬาเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนพลศึกษา
และได้กล่าวถึงแบบทดสอบทักษะบาสเกตบอล ดังนี้
แฮริสัน (ผาณิต บิลมาศ.2530: 70-76; อ้างอิงจาก Barrow.1979:228-231)
ได้สร้างแบบทดสอบเพื่อวัดทักษะพื้นฐาน บาสเกตบอล 4 อย่าง โดยใช้เวลาน้อยที่สุด ประกอบด้วยข้อทดสอบ 4
รายการคือ
1. การยิงประตู
2 . ความเร็วในการส่งลูกบาสเกตบอล
3 . การเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
4 . การกระโดดรับลูกบาสเกตบอล

บทที่ 3
วิธีดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
กำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำเขื่อนแก้ว-
ชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้
เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังเรียนวิชาบาสเกตบอล ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553
โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จำนวน 39 คน เป็นนักเรียนชาย 20 คน
และนักเรียนหญิง 19 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ใช้เครื่องมือวัดทักษะกีฬาบาสเกตบอล 3 ทักษะ ซึ่งเป็นรายการทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอล 3
รายการดังนี้
1. แบบทดสอบทักษะเกี่ยวกับการยิงประตูเร็ว
2. แบบทดสอบทักษะเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก
3. แบบทดสอบทักษะเกี่ยวกับการรับและการส่งลูกบาสเกตบอลกระทบฝาผนัง

การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแบบทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอล
2. แจ้งวัตถุประสงค์และสาธิตการทดสอบทักษะบาสเกตบอลให้นักเรียนเข้าใจสิ่งที่ต้องการทดสอบ
3. ทำการทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอล
4. นำผลที่ได้จากการทดสอบมาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ
การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล
นำผลการทดสอบทักษะกีฬาบาสเกตบอลมาวิเคราะห์ในสิ่งต่อไปนี้
หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนจากการทดสอบทักษะบาสเกตบอล แต่ละรายการ
และรวมทุกรายการ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร


บทที่ 4
ผลการวิจัย
ตารางที่ 1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนการทดสอบทักษะบาสเกตบอลในแต่ละรายการ
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
การยิงประตูเร็ว(คะแนน) 15.06 2.46 15.03 2.24
การเลี้ยงลูกซิกแซก(คะแนน) 14.56 2.37 15.00 2.37
การรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง(คะแนน) 15.45 1.76 15.00 1.64
จากตารางพบว่า
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.06 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.46 การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
14.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.37 การรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน1.76
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.03 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.24 การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
15.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.37 การรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน1.64


บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
     สรุปผล
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.06 คะแนน การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.56
และการรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.45
ทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.03 คะแนน การเลี้ยงลูกบาสเกตบอลซิกแซก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.00
และการรับและส่งลูกกระทบฝาผนัง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 15.00
     อภิปรายผล
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนชายและนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนคำเขื่อนแก้วชนูปถัมภ์ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จากการทดสอบทักษะการยิงประตูเร็ว
อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจ อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมกันส่งผลต่อการทดสอบการยิงประตูเร็ว เช่น
ผลของการฝึกซ้อม และ ความวิตกกังวลในเรื่องของคะแนน
     ข้อเสนอแนะ
1. การนำแบบทดสอบไปใช้ในการประเมินผลการเรียนของนักเรียน
ควรทำการประเมินให้ครบทุกเนื้อหาตามทักษะการเรียนบาสเกตบอล
2. การทำการทดสอบควรมีผู้ช่วย เพื่อความสะดวกและรวดเร็วเพราะในแต่ละแบบทดสอบใช้เวลาไม่เท่ากัน
ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
ควรศึกษาระดับทักษะบาสเกตบอลของนักเรียนในห้องอื่นๆ ด้วย

บรรณานุกรม
กรมวิชาการ. 2546 .การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
เทพประสิทธิ์ กุลธวัชวิชัย. 2541. เทคนิคและทักษะกีฬาบาสเกตบอล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์
แก่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประโยค สุทธิสง่า. 2540. ทักษะกีฬายอดนิยม.กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนพานิช.
ภัชรี แช่มช้อย. 2542. กีฬาบาสเกตบอล.กรุงเทพฯ : เลิฟแอนด์ลิฟเพรส.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น